- การอ่านข้อมูล
คำสั่งที่ใช้มีรูปแบบดังนี้
SELECT
[ * | DISTINCT ] <column1,
>
FROM
<table name>
[WHERE
<condition>]
[ORDER
BY <column1,
> [[ASC] [DESC]];
เช่น SELECT
* FROM employee
WHERE position = manager
ORDER BY salary DESC;
- การแก้ไขข้อมูล
คำสั่งที่ใช้มีรูปแบบดังนี้
UPDATE
<table name>
SET
<column1>[, column2,
] = <expression | subquery>
[WHERE
<condition>];
เช่น
UPDATE employee
SET salary = salary * 1.2
WHERE position = manager;
- การเพิ่มข้อมูล
คำสั่งที่ใช้มีรูปแบบดังนี้
INSERT
INTO <table name> [(column1, column2,
)]
VALUES
(<value1, value2,
>);
เช่น INSERT
INTO employee (empno, empname, position, salary)
VALUES ( 10001, somluck , manager , 20000);
- การลบข้อมูล
- ติดต่อกับฐานข้อมูล MySQL
mysql_connect
(hostname[:port], [username], [password]);
เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้เปิดการติดต่อดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์
MySQL โดย hostname
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ หมายถึงเครื่องที่ติดตั้งระบบฐานข้อมูล MySQL
ซึ่งในกรณีที่ติดตั้ง MySQL ไว้ในเครื่องเดียวกับ web server สามารถระบุเป็น
localhost แทนชื่อจริงได้เลย
port เป็นข้อมูลชนิดตัวเลข
หมายถึงหมายเลข port ที่จะใช้ในการติดต่อกับ MySQL จะระบุหรือไม่ก็ได้
(ค่า Defult =Port 3306)
username
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ หมายถึงชื่อของผู้ใช้ที่มีสิทธิเข้าใช้ระบบฐานข้อมูลของ
MySQL
password
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ หมายถึงรหัสผ่านของ username
เช่น mysql_connect
(localhost,root,password);
mysql_db_query
(databasename, query, [link_identifier]);
เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ในการกำหนดแฟ้มข้อมูลที่จะติดต่อและส่งคำสั่งไปยังระบบฐานข้อมูลของ
MySQL เหมือนกันกับการใช้ 2 ฟังก์ชั่นนี้คือ
mysql_select_db (databasename,
[link_identifier]); เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้เลือกแฟ้มข้อมูลที่จะใช้
และ mysql_query (query,
[link_identifier]); เป็นฟังก์ชั่นส่งคำสั่งไปทำงานที่ระบบฐานข้อมูลของ
MySQL โดย databasename
เป็นชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการนำมาใช้ เป็นข้อมูลชนิดข้อความ
query เป็นคำสั่ง
SQL ที่จะใช้ เป็นข้อมูลชนิดข้อความ
link_identifier
จะระบุหรือไม่ก็ได้ หมายถึงตัวเลขอ้างอิงที่ได้จากการใช้ฟังก์ชั่นติดต่อกับฐานข้อมูล
เป็นข้อความชนิดตัวเลข
เช่น $db
= database
$sql = select
* from table
$result =
mysql_db_query ($db, $sql);
mysql_fetch_array
(resut);
เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้อ่านค่าข้อมูลที่ได้จากฟังก์ชั่น
mysql_db_query() ให้อยู่ในรูปของตัวแปรอาร์เรย์ โดย
result
เป็นค่าอ้างอิงที่เป็นผลลัพธ์จากการเรียกใช้ฟังก์ชั่น mysql_db_query()
หรือ mysql_query()
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นข้อมูลอาร์เรย์ที่มีจำนวนสมาชิกเท่ากับจำนวนคอลัมน์ของตาราง
เช่น
$result = mysql_db_query ($db, $sql);
$row = mysql_fetch_array ($result);
//จะเป็นการอ่านค่าและถ่ายค่าลงตัวแปรอาร์เรย์
ทีละ 1 แถว(record) ดังนั้นหากเราต้องการแสดงค่าของข้อมูลทุกรายการที่มีในตารางผลลัพธ์
จะต้องกำหนดคำสั่งให้วนรอบการทำงานของฟังก์ชั่น mysql_fetch_array()
ไปเรื่อยๆ ดังนี้
while ($row
= mysql_fetch_array($result)) {
echo $row
["idx"], $row ["UserName"],$row ["LastName"];$row
["FreeText"] }
//ตัวแปรอาร์เรย์ที่ชื่อ
$row จะเก็บค่าของแต่ละคอลัมน์ไว้ เมื่อต้องการแสดงค่าก็จะอ้างตามหมายเลขลำดับของอาร์เรย์
ซึ่งก็คือลำดับของคอลัมน์ โดยเริ่มจาก 0 ไปถึงจำนวนคอลัมน์ที่มีลบออก
1 (เช่นมี 4 คอลัมน์ ก็จะเริ่มต้นจากคอลัมน์ที่ 0 คือ $row[0] ไปจนถึงคอลัมน์ที่
3 คือ $row[3] หรือจะอ้างจากชื่อของคอลัมน์เลยก็ได้ดังตัวอย่าง
mysql_num_rows
(result);
เป็นฟังก์ชั่นใช้นับจำนวนแถว
(record)ของข้อมูล
result
เป็นค่าอ้างอิงที่เป็นผลลัพธ์จากการเรียกใช้ฟังก์ชั่น mysql_db_query()
หรือ mysql_query()
เช่น $result
= mysql_db_query ($db, $sql);
$nrow = mysql_num_rows
($result);
echo ข้อมูลทั้งหมดมีจำนวน
$nrow รายการ;
mysql_num_fields
(result);
เป็นฟังก์ชั่นใช้นับจำนวนคอลัมน์ของข้อมูล
result
เป็นค่าอ้างอิงที่เป็นผลลัพธ์จากการเรียกใช้ฟังก์ชั่น mysql_db_query()
หรือ mysql_query()
เช่น $result
= mysql_db_query ($db, $sql);
$ncol = mysql_num_fields
($result);
while ($row
= mysql_fetch_array ($result)) {
for ($I=0;
$I<$ncol; $I++) {
echo $row[$I];
}
}
// จะได้ค่าจำนวนคอลัมน์ทั้งหมด
นำไปเก็บในตัวแปรชื่อ $ncol เพื่อใช้ในการวนรอบแสดงผลต่อไป
mysql_close
([link_identifier]);
เป็นฟังก์ชั่นในการยกเลิกการติดต่อกับระบบฐานข้อมูล
โดยปกติไม่ค่อยจำเป็นต้องเรียกใช้ฟังก์ชั่นนี้ เพราะการติดต่อกับดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์จะถูกปิดเองอัตโนมัติอยู่แล้ว
เช่น $link
= mysql_connect (localhost,root,password);
...
mysql_close
($link);
- ติดต่อกับฐานข้อมูล MS
Access
โดยต้องอาศัย
ODBC (Open Data Base Connectivity คือ การติดต่อกันระหว่างโปรแกรมสองโปรแกรม
เพื่อให้สามารถเรียกใช้ข้อมูลร่วมกันได้)
odbc_connect
(dsn, user, password);
เป็นฟังก์ชั่นในการติดต่อกับ
ODBC driver ค่าที่ต้องผ่านเข้าไปให้กับฟังก์ชั่นนี้ คือ dsn,
ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน (ถ้าแฟ้มข้อมูลนั้นไม่ได้กำหนดชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
ก็ให้ระบุค่าเป็น null)
dsn เป็นข้อมูลชนิดข้อความ
หมายถึง Data Source Name
user
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ หมายถึง ผู้ใช้
password
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ หมายถึงรหัสผ่านของผู้ใช้
เช่น $dsn
= accessdsn;
$usr =
;
$pwd =
;
$cont =
odbc_connect ($dsn, $usr, $pwd);
odbc_exec
(connection_id, query_string);
เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ในการส่งคำสั่งไปยังระบบฐานข้อมูล
Access
connection_id
เป็นข้อมูลชนิดตัวเลข เป็นค่าที่ได้จากการเรียกใช้ฟังก์ชั่น
odbc_connect()
query_string
เป็นข้อมูลชนิดข้อความ เป็นคำสั่งให้ทำงาน ซึ่งเขียนตามหลักภาษา
SQL
เช่น $sql
= select * from players;
$result
= odbc_exec ($cont, $sql);
odbc_fetch_row
(result_id);
เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้เมื่อได้ผลลัพธ์
หากจะแสดงข้อมูลในรายการใดออกมา ก็จะเป็นค่าข้อมูฆลที่ถูกจัดเก็บเอาไว้ในรายการที่
ตัวชี้รายการ หรือ record pointer กำลังชี้อยู่ ซึ่งโดยปกติจะชี้อยู่ที่รายการแรกของตารางผลลัพธ์
เราสามารถเลื่อนเรคอร์ดพอยน์เตอร์ไปยังรายการถัดไป โดยอาศัยฟังก์ชั่นนี้
ซึ่งจะเลื่อนทีละรายการ ต่อการเรียกใช้ทีละครั้ง
result_id
เป็นข้อมูลชนิดตัวเลข เป็นค่าอ้างอิงที่ได้จากการเรียกฟังก์ชั่น
odbc_exec()
เช่น while
(odbc_fetch_row ($result)) {
...
}